การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning)
1. ภาพรวมและประเภทของ Machine Learning
Machine Learning (ML) หรือการเรียนรู้ของเครื่องจักร คือสาขาหนึ่งของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ทำให้คอมพิวเตอร์ “เรียนรู้” จากข้อมูลได้เอง โดยไม่ต้องเขียนโปรแกรมกำหนดกฎทุกอย่างล่วงหน้า จุดต่างสำคัญจากการเขียนโปรแกรมแบบดั้งเดิมคือ โปรแกรมแบบดั้งเดิมรับ “ข้อมูล + กฎ” แล้วให้ “คำตอบ” แต่ Machine Learning รับ “ข้อมูล + คำตอบ (ตัวอย่าง)” แล้วสร้าง “กฎ” ที่เรียกว่า “โมเดล (Model)” ขึ้นมาเอง
ตัวอย่างการใช้งานใกล้ตัว เช่น ระบบกรองอีเมลขยะ ระบบแนะนำสินค้า/วิดีโอ การพยากรณ์ยอดขาย การตรวจจับใบหน้า และการแบ่งกลุ่มลูกค้าเพื่อทำการตลาด โดย ML แบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก ดังตาราง
ประเภท | ลักษณะข้อมูล | ตัวอย่างงาน | อัลกอริทึมที่ใช้บ่อย |
Supervised Learning (แบบมีผู้สอน) | มีเฉลย (Label) กำกับทุกตัวอย่าง | ทำนายราคาบ้าน (Regression), จำแนกอีเมลขยะ (Classification) | Linear/Logistic Regression, Decision Tree, KNN |
Unsupervised Learning (แบบไม่มีผู้สอน) | ไม่มีเฉลย ให้หาโครงสร้างเอง | แบ่งกลุ่มลูกค้า, ลดมิติข้อมูล | K-Means, Hierarchical Clustering |
Reinforcement Learning (แบบเสริมกำลัง) | เรียนรู้จากการลองผิดลองถูกและรางวัล | หุ่นยนต์เดิน, AI เล่นเกม | Q-Learning |
วิธีเลือกประเภทอย่างง่าย ให้ถามว่า “ข้อมูลมีเฉลยหรือไม่” ถ้ามีเฉลยและเฉลยเป็นตัวเลขต่อเนื่อง ให้ใช้ Regression ถ้าเฉลยเป็นกลุ่ม/ประเภท ให้ใช้ Classification แต่ถ้าไม่มีเฉลยเลย ให้ใช้ Clustering
2. วงจรการพัฒนาโมเดล (CRISP-DM)
CRISP-DM (Cross-Industry Standard Process for Data Mining) เป็นกระบวนการมาตรฐาน 6 ขั้นตอน ที่ใช้พัฒนางาน ML อย่างเป็นระบบ ดังนี้
ขั้นที่ 1 Business Understanding (เข้าใจปัญหา) – กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน เช่น “ต้องการทำนายว่าลูกค้าคนใดมีแนวโน้มยกเลิกบริการ”
ขั้นที่ 2 Data Understanding (เข้าใจข้อมูล) – สำรวจว่ามีข้อมูลอะไรบ้าง กี่แถว กี่คอลัมน์ คุณภาพเป็นอย่างไร ด้วยการวิเคราะห์เชิงสำรวจ (EDA)
ขั้นที่ 3 Data Preparation (เตรียมข้อมูล) – ทำความสะอาด เติมค่าที่หายไป เข้ารหัสข้อมูล และปรับสเกล ขั้นนี้มักใช้เวลามากที่สุด (60–80% ของงาน)
ขั้นที่ 4 Modeling (สร้างโมเดล) – เลือกอัลกอริทึมที่เหมาะสมและฝึก (Fit) โมเดลด้วยข้อมูล Train
ขั้นที่ 5 Evaluation (ประเมินผล) – วัดผลด้วยตัวชี้วัด เช่น Accuracy, F1 เพื่อตัดสินว่าโมเดลดีพอสำหรับใช้งานจริงหรือไม่
ขั้นที่ 6 Deployment (นำไปใช้งาน) – นำโมเดลไปใช้งานจริงและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
ข้อสังเกต: CRISP-DM เป็น “วงจร” ไม่ใช่เส้นตรง หากประเมินแล้วผลไม่ดี สามารถวนกลับไปปรับปรุงขั้นก่อนหน้า เช่น เตรียมข้อมูลใหม่หรือเปลี่ยนอัลกอริทึมได้
3. การเตรียมข้อมูล (Data Preparation) ทีละขั้นตอน
คุณภาพของโมเดลขึ้นอยู่กับคุณภาพของข้อมูลโดยตรง (Garbage in, garbage out) การเตรียมข้อมูลจึงมี 4 ขั้นตอนหลัก ดังนี้
3.1 การจัดการค่าที่หายไป (Missing Value)
ขั้นแรกให้ตรวจนับค่าว่างในแต่ละคอลัมน์ก่อน จากนั้นเลือกวิธีจัดการ 1 ใน 3 วิธี คือ (1) ลบแถวทิ้ง เมื่อค่าที่หายมีจำนวนน้อยมาก (2) เติมค่าเฉลี่ยหรือมัธยฐาน สำหรับข้อมูลตัวเลข (3) เติมฐานนิยม (ค่าที่พบบ่อยที่สุด) สำหรับข้อมูลประเภทข้อความ